รู้จักวงล้อก่อน
รูเล็ตยุโรปมี 37 ช่อง เลข 1 ถึง 36 สลับสีแดงกับดำ และเลข 0 สีเขียวอีกหนึ่งช่อง เลข 0 คือส่วนที่ทำให้คาสิโนได้เปรียบ เพราะเมื่อลูกตกช่องนี้ เดิมพันแทงนอกส่วนใหญ่จะเสีย ความได้เปรียบของคาสิโนในรูเล็ตยุโรปอยู่ที่ประมาณ 2.7%
แทงใน (Inside Bets)
แทงในคือการวางชิปบนตัวเลขโดยตรง ครอบคลุมช่องน้อยแต่จ่ายสูง ตัวอย่างอัตราจ่ายที่พบบ่อยมีดังนี้ เลขเดี่ยว (Straight) จ่าย 35 ต่อ 1 สองเลขติดกัน (Split) จ่าย 17 ต่อ 1 สามเลขในแถว (Street) จ่าย 11 ต่อ 1 สี่เลขมุม (Corner) จ่าย 8 ต่อ 1 และหกเลขสองแถว (Line) จ่าย 5 ต่อ 1
บนมือถือ ให้ขยายตารางด้วยการแตะไอคอนแว่นขยายก่อนวางชิปบนเส้นแบ่งระหว่างเลข จะช่วยให้วางตรงตำแหน่งได้ง่ายขึ้น
แทงนอก (Outside Bets)
แทงนอกอยู่รอบขอบตาราง ครอบคลุมเลขหลายช่องในครั้งเดียว ได้แก่ แดงหรือดำ คู่หรือคี่ และต่ำ (1 ถึง 18) หรือสูง (19 ถึง 36) ทั้งหมดจ่าย 1 ต่อ 1 ส่วนการแทงโหล (1 ถึง 12, 13 ถึง 24, 25 ถึง 36) และแทงแถวตั้งจ่าย 2 ต่อ 1
แทงนอกเหมาะกับผู้เล่นใหม่ เพราะชนะบ่อยกว่าและยอดเงินแกว่งน้อยกว่า แต่ต้องจำไว้ว่าถ้าลูกตกเลข 0 เดิมพันเหล่านี้จะเสีย
ขั้นตอนวางชิปในห้องรูเล็ตสด
แตะเลือกมูลค่าชิปที่แถบด้านล่าง แตะตำแหน่งบนตารางที่ต้องการ ตรวจยอดรวมที่มุมจอ แล้วรอให้นับถอยหลังจบ ถ้าต้องการวางแบบเดิมซ้ำในตาถัดไป ใช้ปุ่มวางซ้ำได้ทันที และใช้ปุ่มย้อนกลับเพื่อยกเลิกชิปที่วางผิดก่อนหมดเวลา
ข้อควรจำ
ไม่มีระบบการแทงไหนเปลี่ยนความได้เปรียบของคาสิโนได้ รวมถึงการเพิ่มเงินเป็นสองเท่าเมื่อเสีย ซึ่งทำให้งบหมดเร็วมากเมื่อเจอเสียติดกันหลายตา เลือกประเภทเดิมพันที่สนุกสำหรับคุณ ตั้งงบไว้ล่วงหน้า และเลิกเล่นเมื่อถึงยอดที่ตั้งไว้
เล่นอย่างมีสติ ข้อมูลในบทความนี้ช่วยให้เข้าใจเกม แต่ไม่ได้รับประกันผลกำไร ตั้งงบที่เสียได้ทุกครั้งก่อนเริ่มเล่น
